Pages

วันจันทร์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2554

ท้องนี้ เจาะน้ำคร่ำและคลอดลูกที่จุฬา

ท้องนี้ได้มีโอกาศใช้บริการของโรงพยาบาลจุฬา (ท้องแรก แอบกลัวๆ เพราะใช้บริการโรงพยาบาลเอกชนมาซะเนิ่นนาน หุ หุ)  เราเคยไปเยี่ยมเพื่อนที่คลอดที่จุฬา ห้องเดี่ยว ใช้ได้เลยทีเดียว ใหญ่ สะอาด
ฝากท้อง
เราไปฝากท้องที่คลีนิกเอกชน (นวบุตร) กับอาจารย์หมอโรงพยาบาลจุฬา (ก็เป็นคุณหมอคนเดียวกับท้องแรก) ติดใจคุณหมอจากท้องแรกอ่ะ เพราะว่า คุณหมออารมณ์ดี ใจดี ให้ความรู้ดี (ชอบ ชอบ) คุณหมอชวนให้ไปคลอดที่จุฬา (ท้องแรกก็ชวนเหมือนกัน) เนื่องจากสามีเรารับราชการอ่ะ เราตกลงทันที

ทำบัตรคนไข้ กับ ดูวีดีโอ เจาะน้ำคร่ำ
ทางโรงพยาบาลยอมให้คนไข้ที่จะคลอดกับคุณหมอที่จุฬา ฝากท้องกับโรงพยาบาลหรือคลีนิกเอกชนได้ เนื่องจากเราอายุมากกว่า 35 ปี คุณหมอแนะนำให้เราเจาะน้ำคร่ำเพื่อตรวจดูโครโมโซมทารก คุณหมอน่ารักมาก แนะนำเราให้ไปเจาะน้ำคร่ำที่จุฬาอีกเหมือนกันเนื่องจากสามีเราเบิกได้ ค่าเจาะที่เอกชน ครรภ์เดี่ยวก็น่าจะ 7,000 up ที่จุฬา รู้สึกว่าจะ 3,xxx บาท (จำไม่ได้) แต่คุณหมอบอกว่า ถ้าจะไปเจาะที่จุฬา คุณแม่ต้องผ่านการดูวีดีโอและเซ็นต์ตอบตกลงการเจาะน้ำคร่ำก่อน เราก็โอเค คุณก็เขียนใส่กระดาษให้เราไปยื่นที่เคาท์เตอร์ว่า เราจะมาเพื่อทำอะไร โดยคุณหมออะไร ที่ไหน วันไหน คุณหมอว่า เราต้องไปทำบัตรโรงพยาบาลก่อน เพราะว่ายังไม่มี เราก็ถามคุณหมอว่าต้องไปตั้งแต่กี่โมง (เรานึกถึงภาพที่การไปโรงพยาบาลรัฐต้องไปแต่เช้าๆอ่ะ) คุณหมอว่า 9 โมง ก็ได้ เราก็อดงงๆว่า มันไม่สายไปหรือไงเนี่ย
พอถึงวันดูวีดีโอ เราก็ไปตามนัด ไปถึงโรงพยาบาล 9 โมงนิดๆ (เราต้องไปส่งลูกสาวที่โรงเรียนก่อนอ่ะ) แน่นอนที่จอดรถหายากมาก สามีเราส่งเราเสร็จ ก็เอารถไปจอดที่ตึกจามจุรี เรานึกในใจว่า มาสายป่านนี้ จะทำบัตรเสร็จกี่โมงเนี่ย ผิดคลาด เราได้บัตรตอน 9 โมงครึ่ง เสียค่าทำไป 20 บาท (จำไม่ค่อยได้ แต่ประมาณนี้)  สามีเรายังมาไม่ถึงเลย เราขึ้นไปรอหมอแล้ว ขี้นไปข้างบนเราก็ชั่งน้ำหนัก วัดความดัน อัลตร้าซาวด์ ค่าอัลตร้าซาวด์ก็ไม่แพง เครื่องมือทันสมัยมาก คุณหมอก็ใจดี เราเห็นลูกโบกมือด้วย ข้อเสียก็คือ สามีเข้าไปดูด้วยไม่ได้ เราไม่รู้ว่า อัดใส่มือถือออกมาได้หรือเปล่า ไม่ได้ถามหมอซะด้วย ที่นานคือการรอคุณหมอ คุณหมอเรามาเกือบ 11 โมง คุยกับคุณหมอไม่ถึง 3 นาที เพราะคุณหมอรู้อยู่แล้วว่า วันนี้มาดูวีดีโอเจาะน้ำคร่ำ ก็ส่งตัวเราไปตึก นวมินทร์ เพื่อไปดูวีดีโอ
เราเดินเอกสารเองไปที่ตึก ได้ดูวีดีโอรอบบ่ายโมง กับเพื่อนๆคุณแม่ทั้งหลาย เราไปนั่งกินข้าวที่แคนทีนในตึก เสร็จก็ไปรอดูวีดีโอ ผู้บรรยายเป็นอาจารย์หมอเหมือนกัน ก็อธิบายข้อดีข้อเสีย ให้ถามคำถามด้วย คุณพ่อก็เข้าไปฟังด้วย แล้วก็ให้เซ็นต์เอกสารยอมรับการเจาะ ใครไม่เจาะก็ได้ เค้าไม่ได้บังคับ เสร็จแล้วก็นัดมาเจาะ ของเรามาเจาะ 13 ธันวา 7 โมงเช้า วันนั้นคุณหมอผู้บรรยายติดเคส มาช้า เราก็กลับซะบ่ายสาม ไปรับลูกสาวที่โรงเรียนต่อพอดีเลยเหมือนกัน

วันเจาะน้ำคร่ำ
เราไปช้ากว่านัดซักครึ่งชั่วโมงได้ เพราะว่าวันนั้นฝนตกแต่เช้า รถติดบนทางด่วนมาก เราก็โทรไปบอกที่โรงพยาบาลว่าเราน่าจะถึงซักเกือบ 8 โมง เค้าก็ไม่ได้ว่าอะไร
พอไปถึงเราก็รายงานตัว พร้อมใบฝากครรภ์จากโรงพยาบาลเอกชน เค้าก็ให้เราไปเจาะเลือด เสร็จแล้ว ก็ให้รอ ซัก 9 โมง เราก็เริ่มขบวนการเจาะ คุณพยาบาลมาทาเจลที่ท้อง ผู้เชี่ยวชาญหรือคุณหมอใช้เครื่องอัลตร้าซาวด์หน้าท้องเพื่อดูอวัยวะ โครงสร้าง ของทารก เค้าเปิด 4 มิติ ให้เราดูด้วย อีกแล้ว คุณพ่อเข้าไม่ได้ เราอยากอัดวีดีโอผ่านมือถือไปให้สามีเราดูจัง ตื่นเต้นมากที่เห็นลูกขยับตัวไปมา คุณหมอใจดีมาก แต่มือถืออยู่ในกระเป๋าไกลตัว เรานึกไม่ถึงว่าจะได้เห็นลูก 4 มิติ แบบนี้ คุณหมอดูทีละส่วนอย่างละเอียด โอ้ หมอเห็นช้างน้อย หมอเรียกเราดู แล้วบอกว่า ผู้ชาย 100% ผ่าน ทุกอย่างผ่าน
ต่อไปก็เตรียมตัวเจาะ คุณพยาบาลทายาม่วงๆ เข้าใจว่าใช้ฆ่าเชื้อโรคก่อนเจาะ มีนักศึกษาแพทย์มายืนให้กำลังใจเราเพียบ เข็มยาวๆถูกแทงเข้าไปที่ท้อง มีอาจารย์หมอคอยพูด และเครื่องอัลตร้าซาวด์ก็ยังขยับไปมา เพื่อดูว่าทารกอยู่ตรงไหน ไม่ให้เข็มไปโดน ตอนนั้นเราได้แต่สวดมนต์ขอให้ลูกเราปลอดภัย แป๊บนึกก็เสร็จ เค้าก็เอาน้ำคร่ำมาให้เราดู ตรวจชื่อ ตอนนี้จำสีไม่ได้แล้วล่ะ ว่าสีอะไร
ต่อมาเค้าก็นัดเรามารับผลอีก 3 สัปดาห์ ของเรานานหน่อย เพราะว่าติดวันหยุดสิ้นปีเยอะอ่ะ จำได้ว่า 7 มกราโน่น

วันฟังผล
การรอคอยนี่ทรมานสุดๆ กลัวๆเหมือนกัน กลัวจะได้ผลที่ไม่สมหวัง คุณหมอนัดตรวจเราก่อนวันฟังผล 1 วัน เราก็บอกหมอว่า ผลยังไม่ออก ออกพรุ่งนี้ คุณหมอบอกว่า ไม่ต้องกังวล ปกติแน่นอน เพราะว่า ถ้าผิดปกติเค้าจะแจ้งให้คุณหมอทราบก่อน โล่งอกมากๆ
7 มกรา เราก็ไปรับผลเอง ทุกอย่างปกติ ผลแสดงหน้าตาโครโมโซมทุกคู่ 23 คู่ คู่สุดท้ายระบุชัดเจนว่า X Y

สเต็มเซลล์
เราอยากเก็บสเต็มเซลล์อ่ะท้องนี้ เราคุยกับเพื่อนๆ พี่เรา และญาติเรา ทุกคนสนับสนุนหมด เราติดต่อเอกชนแห่งหนึ่งไว้ เค้าบอกว่าเก็บได้ทุกที่ยกเว้นจุฬา ความรู้ใหม่อีกแล้ว ใครคลอดจุฬาและอยากเก็บสเต็มเซลล์ ต้องเก็บแบบบริจาคให้กาชาดเท่านั้น ไม่เสียค่าเก็บ และถ้ามีคนต้องการและ matching เราก็ต้องบริจาคให้เค้าใช้ เข้าใจว่าผู้ใช้จะเสียเงินให้กาชาดอ่ะ แต่ถ้าไม่มีใครใช้ และเราจำเป็นต้องใช้ ก็ไปรับได้เช่นกัน คุณหมอบอกเราว่าจุฬาไม่มีการค้าอ่ะ

จองห้องคลอดเรากังวลมากในระยะแรกว่าห้องคลอดจะได้ห้องเดี่ยวหรือเปล่า เราอยากได้ห้องเดี่ยวอ่ะ เราโทรถามเพื่อนคนนึงที่คลอดที่จุฬา ได้คำตอบว่า Walk in ตายละ แล้วถ้ามันเต็มล่ะ ทำไงเนี่ย ถามคุณหมอ คุณหมอว่าไม่เต็มหรอก ตอบแบบ ชิวๆ แต่เราก็กลัวๆ สรุป เราก็ไม่ได้ทำอะไรเรื่องห้องคลอด ไปตามนัดแล้วก็ได้ห้องเดี่ยวแบบง่ายๆ เค้าบอกว่าห้องวีไอพีมีชั้นละห้องเอง และไม่จำเป็น วันที่เราไปมันไม่เต็มนะ แต่วันที่เราจะออกจากโรงพยาบาล เราเห็นชั้นเราเต็มอ่ะ แต่หมอว่าถ้าไม่มีจริง อย่างดีก็คืนที่รอคลอดที่นอนห้องรวม 2 เตียง

วันคลอด
เราเรียนรู้มาว่า การคลอดที่โรงพยาบาลรัฐนี่ คลอดได้แต่วันราชการ และเลือกเวลาไม่ได้ เอาน่ะ ท้องแรกก็ดูฤกษ์ พอบทจริงๆ ก็คลอดก่อนฤกษ์ คุณหมอนัดเรามาคลอดวันที่ 9 พฤษภาคม และส่งตัว admit วันที่ 8 พค. 11 โมงเช้า เรามาสายนิดหน่อย คุณหมอโทรมา ที่ห้องรับตัวและคุยกับเราว่า วันที่ 9 พค. คิวเยอะ คลอดบ่ายๆวันนี้เลยมั้ย เราตอบตกลงทันที (ไม่ได้ปรึกษาใครเล้ย) เพราะเราขี้เกียจนอนรอคลอด สามีเราเอารถไปจอดกลับมา พอเราบอกว่าเราจะคลอดวันนี้ละ ตกใจเลย แต่ก็ไม่ว่าอะไร ประหยัดวันนอนโรงพยาบาลไปอีก 1 วัน
จะบอกว่าเราไม่ได้ติดต่อสเต็มเซลล์ล่วงหน้า เราเข้าใจว่ามาบอกก่อนคลอด ตอนที่เรารอคลอดเรานึกออกว่า เรายังไม่ได้ติดต่อเรื่องสเต็มเซลล์เลย เราก็รีบไปบอกน้องพยาบาลที่อยู่ห้องคลอด น้องเค้าบอกเราว่าไม่น่าทันเพราะส่วนใหญ่ต้องติดต่อก่อนคลอดเป็นอาทิตย์อ่ะ และวันที่เราคลอดก็เป็นวันอาทิตย์ เค้าไม่ทำงานกันยกเว้นมีนัดเก็บเท่านั้น เศร้าเลย ความหวังในการเก็บเหลือ 0 แต่น้องเค้าก็ยังให้กำลังใจเรานิดนึงว่า ถ้ามีคนเก็บเข้ามาดูคิวเก็บวันพรุ่งนี้ เค้าจะลองบอกให้
หลังจากนั้นเค้าก็สวนเรา งดอาหาร น้ำ เสร็จแล้ว ไปนอนรอคลอด เรานึกถึงแต่เรื่องสเต็มเซลล์ เซ็งสุด สวดมนต์ขอให้เราได้เก็บ ซักบ่ายสองครึ่ง กำลังเคลิ้มๆ เจ้าหน้าที่เก็บสเต็มเซลล์มาจริงๆ โฮ ฝันที่เป็นจริง เราดีใจสุดๆ น้องเค้าน่ารัก เป็นกันเอง อธิบาย และสอบถามประวัติเรา เนื่องจากคุณแม่จะต้องไม่เป็นธาลัสซีเมีย ความดัน เบาหวาน คือ ร่างกายต้องประมาณสมบูรณ์ เราผ่านเกณฑ์ และเตรียมตัวเก็บ
ตกลงวันนั้นเราคลอดประมาณ สี่โมงครึ่ง และได้เก็บเสต็มเซลล์ สมหวัง
ก่อนคลอดก็มีคุณหมอหนุ่มน้อย (น่าจะเป็นนักเรียนแพทย์) มาสวนปัสสาวะ เจาะเลือด ซักพักเค้าก็เอาเราเข้าห้องคลอด บรรยากาศก็เหมือนกับเอกชนที่เราเคยคลอด เพียงแต่สามีเรา กล้อง วีดีโอเข้าไม่ได้ เราได้หอมแก้ม สัมผัสลูกหลังคลอดด้วยนะ เราอยู่ในห้องคลอดประมาณ 1 ชั่วโมงเท่านั้น เราคลอดแบบ บล็อกหลัง ไม่เจ็บ




หลังคลอด
ลูกเราถูกส่งไปที่ห้องดูแลเด็กอ่อนที่ชั้น 5 (ห้องดูแลเด็กอ่อนที่ชั้น 6 ก็มี) เราพักชั้น 6  เค้ามีเวลาดูเด็กนะ สงสัยเพราะเด็กเยอะ ดูได้แค่ 4-6 โมงเย็นเท่านั้น นี่เป็นข้อแตกต่างกับเอกชนที่ดูได้ตลอดเวลา แต่ถ้าแม่แข็งแรงก็เอาลูกมาเลี้ยงเองได้ทั้งวันทั้งคืนที่ห้องพักคุณแม่นะ เราคลอดเย็น เค้าอนุญาติให้พ่อดูได้ถ้าเลยเวลาดู วันนั้นสามีเราก็ไปดูลูกตอนเลยเวลาดู แถมมีอีกรอบค่ำที่พี่ชาย และ พี่สะใภ้ และ หลานเราไปเยี่ยม เค้าก็อนุญาติให้ดูนะ เจ้าหน้าที่น่ารักจริง  คืนแรกที่เราออกจากห้องผ่าตัด เราเห็นหน้าลูกแค่ในห้องคลอด ที่เหลือนอนพักในห้อง เก็บแรงไว้ดูลูกวันพรุ่งนี้ วันถัดมา เค้าก็เข็นลูกเรามากระตุ้นน้ำนมถึงในห้อง
เรานอนในโรงพยาบาล 4 คืน มีคุณหมอ คุณพยาบาล เดินเข้าออก ถามไถ่ตลอดเวลา ใจดี ช่วยเหลือ น่ารักและอบอุ่นมาก เรารู้สึกว่าก็ไม่ต่างจากท้องแรก เค้าให้คำปรึกษาเรื่องการเลี้ยงลูกเป็นอย่างดี มีวีดีโอให้ดู มีเจ้าหน้าที่มาพูดคุย อาหารการกิน โอเค สภาพห้อง โอเค ลูกเรา โอเค น้องที่เก็บสเต็มเซลล์ก็ตามมาเก็บเลือดเราด้วย มีเอกสารเกี่ยวกับการเลี้ยงเด็ก การดูแลสุขภาพ เพียบ วันที่สองของการคลอด เราก็เดินไปมาแล้ว
น้องมีฉีดวัคซีนพื้นฐานทั้งหมด และตรวจเลืิอดดูภาวะโรคเอ๋อด้วย

ค่าใช้จ่าย
เราจ่ายไป 19,xxx บาท ของเราประมาณ 17,xxx ของลูก 1,xxx ประหยัดได้เยอะ รูดบัตรได้ เราไปรับลูกเรากลับ พร้อมสมุดบันทึกลูกน้อย แต่แปลกจัง ไม่มีกรุ๊ปเลือดบอกอ่ะ เราไม่ได้สังเกต กำลังคิดว่าจะโทรไปถามที่กาชาดได้เปล่าเนี่ย

การเตรียมตัวคลอด (เราขนไปเยอะมาก จริงๆแล้ว ไม่จำเป็นเลย)
- บัตรผู้ป่วยจุฬา
- เอกสารการฝากท้อง กับคุณหมอของเราที่เอกชน
- ชุดคุณแม่วันกลับ
- ชุดคุณลูกวันกลับ พร้อมผ้าห่อตัว 1 ผืน (ระหว่างอยู่โรงพยาบาล ใช้ชุดเด็กและผ้าห่อตัวของโรงพยาบาล)
- ขวดนม นมผง ไม่ต้องนำไป เค้ามีบริการตลอด
- สำลีเช็ดก้นเด็ก ไม่ต้องนำไป เค้ามีบริการตลอด
- ผ้าอ้อมสำเร็จรูป ต้องเอาไป
- ผ้าอนามัยมีห่วงคุณแม่ ไม่ต้องเอาไป เค้าจัดให้แล้วเก็บเงินภายหลัง ราคาธรรมดา
- ผ้ารัดท้อง ถ้ามีเอาไป ถ้าไม่มีเค้ามีขาย 450 บาท
- อาหารการกินคุณแม่ ดี มีพร้อม (เรากินไม่ยาก อยู่แล้ว) ของผู้เฝ้า สามีเรากินแคนธีนในตึก สบาย ถูก อร่อย ไม่ต้องเก็บล้าง
- กล้องถ่ายรูป กล้องถ่ายวีดีโอ
- สำเนาบัตรประชาชน พ่อ แม่ 2 ชุด
- เค้าไม่บอกกรุ๊ปเลือด ถ้าประสงค์ลองถามเจ้าหน้าที่ดู เพราะเราลูกเราถูกเจาะเลือดตรวจโรคเอ๋อ (ต่อมไทรอยด์ผิดปกติ) อยู่แล้ว เจาะทีเดียวลูกจะได้ไม่เจ็บ


1 ความคิดเห็น:

  1. ลืมบอกไปว่า ห้องเดี่ยวนี่ walkin เลยค่ะ ไม่ต้องห่วง ไม่ยากค่ะ

    ตอบลบ